เอกสารการใช้งาน

ClickNext Agent

เอกสารนี้อัปเดตถึงเวอร์ชัน 0.8.148 · 30 ก.ย. 2026 · ดูสิ่งที่เปลี่ยนในแต่ละเวอร์ชันที่ Changelog

ผู้ช่วย AI ที่ลงเครื่องคุณ — ดับเบิลคลิกติดตั้งแล้วใช้ได้เลย ในแอปเดียวมีทั้งแชท, ClickNext IDE (Code), งานออกแบบ (Design) และงานอัตโนมัติ (Flow) ทุกอย่างวิ่งผ่าน ClickNext Gateway ที่บริษัทควบคุมและตรวจสอบได้ 100%

ต่างจากเครื่องมือ AI คลาวด์ทั่วไปตรงที่ทราฟฟิกทุกคำสั่งผ่านเกตเวย์ของเราเอง มีความจำต่อพนักงานและสมองกลางขององค์กร มีผู้เชี่ยวชาญ 201 สายอาชีพให้เลือก รีโมทเข้าหลายเครื่องพร้อมกัน สั่งงานแบบทีม ปิดแอปแล้วงานยังทำต่อได้ สั่งงานจากมือถือได้ และไม่มี API key ดิบเก็บบนเครื่องผู้ใช้เลย (ในแอปจะเห็นชื่อ ClickNext AI) — ถ้าเพิ่งเริ่มใช้ ดูคู่มือแบบทีละขั้นก่อนก็ได้ รายละเอียดทั้งหมดอยู่ด้านล่างนี้

ทำไม ClickNext Agent ดีกว่าเครื่องมือทั่วไป

เทียบตรง ๆ ระหว่าง ClickNext Agent กับเครื่องมือ AI ช่วยโค้ดแบบคลาวด์ทั่วไป

หัวข้อClickNext Agentเครื่องมือคลาวด์ทั่วไป
เส้นทางข้อมูลทุกคำสั่งผ่าน ClickNext Gateway ของเราเอง — log/ตรวจสอบ/คุมได้เต็มวิ่งตรงไปคลาวด์ผู้ให้บริการ ควบคุม/ตรวจสอบภายในไม่ได้
บัญชี / API keyเข้าสู่ระบบด้วยอีเมลบริษัทหรือบัญชีบริษัท แอปถือแค่ device token ที่เซิร์ฟเวอร์เก็บเป็น hash เพิกถอนได้ทันที — ไม่มี provider key บนเครื่องมักต้องวางคีย์ดิบบนเครื่อง เสี่ยงรั่ว/ถูกแกะ
ความจำจำต่อพนักงาน + สมององค์กร (Org Brain) — ยิ่งใช้ยิ่งรู้บริบท ClickNextจำได้แค่ในบทสนทนา ไม่รู้บริบทองค์กร
ผู้เชี่ยวชาญผู้เชี่ยวชาญ 201 สายอาชีพ + สกิลกลางขององค์กร ที่เก่งขึ้นจากงานจริงในบริษัท (ผ่านการคัดกรองก่อนใช้)ผู้ช่วยทั่วไปตัวเดียว ไม่รู้แนวทางขององค์กร
รีโมทเชื่อม SSH หลายเครื่องพร้อมกัน + เลือกเครื่องต่องาน + ทำงานขนานผูกกับเครื่อง/เซสชันเดียว
งานใหญ่แยกงานเป็นเฟส + agent ย่อยทำพร้อมกัน · โหมดทีม / ฟลีต / Worker กระจายงานข้ามเครื่องagent เดี่ยว ทำทีละอย่าง
ปิดแอปแล้วงานยังเดินย่อไว้ที่ถาดระบบ หรือส่งไปทำต่อบนเซิร์ฟเวอร์ของบริษัท เสร็จแล้วแจ้งอีเมล ผลกลับมาที่แชทเดิมมักต้องเปิดแอปและเครื่องค้างไว้จนงานเสร็จ
สั่งงานจากมือถือจับคู่ด้วย QR ดูงานสด กดอนุญาต / หยุด / สั่งงานใหม่ได้จากมือถือมักต้องกลับมาที่เครื่องเพื่อตอบหรือสั่งต่อ
ความปลอดภัยเชิงรุกDLP + Agent Defense ตรวจจับ/บล็อกพฤติกรรมโจมตี/ดูดข้อมูลที่เกตเวย์ไม่มีชั้นป้องกันเชิงองค์กร
ภาษาออกแบบเพื่อคนไทย/ทีม ClickNext ตอบไทยเป็นหลัก · หน้าแอปเลือกได้ ไทย / English / Bahasa Indonesiaอังกฤษเป็นหลัก
โมเดลเลือกได้หลายโมเดล + Auto Router เลือกให้เหมาะต่องาน คุมโควตารายคน/รายฟีเจอร์ผูกกับผู้ให้บริการรายเดียว

ติดตั้ง

เลือกระบบปฏิบัติการของคุณ — ไม่ต้องลง Node หรือพิมพ์คำสั่งใด ๆ · ไฟล์ทั้งหมดอยู่ที่ หน้าดาวน์โหลด

1
ดาวน์โหลดเปิด หน้าดาวน์โหลด → เลือก Windows → ได้ไฟล์ ClickNext-Agent-Setup.exe
2
ดับเบิลคลิกติดตั้งถ้า SmartScreen เตือน กด More info → Run anyway
3
เปิดแอป → เข้าสู่ระบบใช้อีเมลบริษัท (OTP) หรือบัญชีบริษัท — ดูหัวข้อ เข้าใช้งานครั้งแรก
1
เลือกตัวให้ตรงชิปเมนู Apple → About This Mac: ถ้าเป็น Apple M1–M4 เลือก Apple Silicon ถ้าเป็น Intel เลือก Intel (ตัว Apple Silicon เปิดบนเครื่อง Intel ไม่ได้ จะขึ้น “not supported on this Mac”)
2
ลงใน Applicationsดับเบิลคลิก .zip (หรือ .dmg) → ลาก ClickNext Agent.app ไปวางใน Applications (มีของเดิมกด Replace)
3
เปิดได้เลยตัวติดตั้งเซ็น + notarize ด้วย Apple Developer ID แล้ว ดับเบิลคลิกเปิดได้ทันที และอัปเดตอัตโนมัติในตัว
4
เข้าสู่ระบบใช้อีเมลบริษัท (OTP) หรือบัญชีบริษัท — ดูหัวข้อ เข้าใช้งานครั้งแรก
ถ้าเคยลงตัวรุ่นเก่าที่ “ยังไม่เซ็น” หรือลงผิดชิปไว้ ให้ลากตัวเดิมทิ้งแล้วลงตัวใหม่ที่ตรงชิปครั้งเดียว จากนั้นจะอัปเดตเองตลอด · เวอร์ชันใหม่บน macOS อาจออกช้ากว่า Windows/Linux เล็กน้อย · ดูละเอียดที่ หน้าดาวน์โหลด
1
ดาวน์โหลดเลือก Linux → ได้ ClickNext-Agent.AppImage (มี .deb ให้ด้วย)
2
ให้สิทธิ์รันchmod +x ClickNext-Agent.AppImage
3
ดับเบิลคลิกเปิด → เข้าสู่ระบบใช้อีเมลบริษัท (OTP) หรือบัญชีบริษัท
ตรวจไฟล์ก่อนเปิด (แนะนำ): เทียบค่า SHA-256 ของไฟล์กับ /dl/SHASUMS256.txt ให้ตรงทุกตัวอักษร ถ้าไม่ตรงอย่าเปิดแล้วแจ้งแอดมิน

เข้าใช้งานครั้งแรก

หน้าเข้าสู่ระบบมี 3 ทาง เลือกทางไหนก็ได้ผลเหมือนกัน

1
อีเมล OTP (แท็บแรก — แนะนำ)พิมพ์อีเมลบริษัท → กด ส่งรหัสยืนยันไปยังอีเมล → กรอกรหัส 6 หลักจากอีเมล (ดูให้ “รหัสอ้างอิง” ตรงกับในอีเมล) → ยืนยันและเข้าสู่ระบบ
2
บัญชีบริษัทกด เข้าสู่ระบบด้วย Microsoft / เข้าสู่ระบบด้วย Google / Sign in with ClickNext → แอปเปิดเบราว์เซอร์ให้ยืนยันตัวตน แล้วเด้งกลับมาที่แอปเอง
3
Virtual Keyแท็บ Virtual Key → วาง key cnx-… ที่แอดมินออกให้ → เข้าสู่ระบบด้วย Key (เป็นสิทธิ์เข้าเกตเวย์ ไม่ใช่ provider key ดิบ)
4
ลงทะเบียนอุปกรณ์อัตโนมัติแอปแลกเป็น device token เก็บในเครื่องแบบสิทธิ์จำกัด (0600) และเซิร์ฟเวอร์เก็บเพียง hash เท่านั้น
5
เลือกโฟลเดอร์งาน แล้วเริ่มสั่งงานกด เลือกโฟลเดอร์ ที่แถบบนสุด (หรือปุ่ม โฟลเดอร์ ใต้ช่องพิมพ์) แล้วพิมพ์งานในช่องแชท หรือสลับไปแท็บ Code เพื่อเปิด/แก้ไฟล์
ใช้บัญชีเดียวกันทุกเครื่อง → แชท โปรเจกต์ และโควตาตามไปด้วย · ออกจากระบบ: เมนูบัญชี (กดรูปโปรไฟล์มุมซ้ายล่าง) → ออกจากระบบ — การสั่งงานจากมือถือของเครื่องนั้นจะปิดไปด้วย

หน้าตาแอป: 4 โหมด

ปุ่มสลับโหมดอยู่บนสุดของแถบข้าง: Chat / Code / Design / Flow

Chat

พิมพ์สั่งงานหรือถาม แนบไฟล์/รูปได้ agent ใช้เครื่องมือจริง (อ่าน/เขียนไฟล์ รันคำสั่ง ค้นเว็บ สร้างรูป/วิดีโอ) ทำหลายแชทพร้อมกันได้

Code (ClickNext IDE)

file tree + editor + Terminal + ช่องสั่ง agent ข้างขวา สำหรับงานโค้ดในโฟลเดอร์โปรเจกต์ มีโหมดทีมและ Worker

Design

ออกแบบเว็บ/UI สไลด์นำเสนอ และกราฟิก จากบรีฟเดียว แก้สดได้ บันทึกเข้าแกลเลอรี่ส่วนกลางให้ทีมใช้ต่อ

Flow

ต่อ node เป็นงานอัตโนมัติ เริ่มจาก “+ Flow ใหม่” พิมพ์ทดลองได้ทันที ใช้ซ้ำได้ แชร์ให้ทั้งองค์กร

อัปเดตแอป

แอปตรวจและดาวน์โหลดเวอร์ชันใหม่ให้เอง ไม่ต้องโหลดตัวติดตั้งใหม่

ถ้า Windows ยังอัปเดตไม่ได้ ส่งไฟล์ %APPDATA%\ClickNext Agent\logs\updater.log และเลขเวอร์ชันในหน้าตั้งค่าให้แอดมิน

แชท และ ClickNext IDE (Code)

สองโหมดหลักสำหรับสั่งงาน สลับได้ทุกเมื่อ งานที่กำลังทำไม่หยุด

โหมดแชท

เห็นคำตอบสตรีมสด + แต่ละขั้นที่ agent ทำ (พร้อมประโยคสั้น ๆ บอกเหตุผล) + จำนวนโทเคน ทำหลายงานพร้อมกัน สลับแชทแล้วงานเดิมไม่หยุด พิมพ์แทรกระหว่างงานได้

ClickNext IDE (Code)

file tree + editor ไฮไลต์สี + เปิดหลายไฟล์เป็นแท็บ + Terminal แก้ไฟล์แล้วเห็นอัปเดตทันที มีเซสชันของตัวเองต่อโปรเจกต์ (+ ใหม่ / เซสชัน) กด รัน Agent เพื่อสั่งงาน

เลือกโมเดลได้ทั้งในแชทและแท็บ Code (Auto Router หรือโมเดลที่ key ของคุณใช้ได้) — แอปจำโมเดลที่เลือกไว้แม้ปิดเปิดใหม่ และแถบบริบท (context) เปลี่ยนตามขนาดของโมเดลนั้นทันที · เมื่อเชื่อม SSH จะเปิด/แก้/บันทึกไฟล์บน "เครื่องปลายทาง" ได้โดยตรง

งานยาวจบด้วยสรุปเสมอ — ถ้างานถึงจำนวนรอบสูงสุด agent จะสรุปสิ่งที่ทำไปแล้วและสิ่งที่เหลือ ไม่หยุดเงียบ และลงมือทำจริงแทนการบอกว่า “จะทำ” (ตั้งแต่ 0.8.136)

โปรเจกต์ และประวัติแชทข้ามเครื่อง

จัดกลุ่มแชทเองได้ ไม่ต้องอิงโฟลเดอร์ และย้ายไปเครื่องไหนแชทก็ตามไปครบ

1
สร้างโปรเจกต์กด โปรเจกต์ใหม่ ในแถบข้าง → ตั้งชื่อ (ผูกโฟลเดอร์งานได้ ไม่บังคับ — ถ้าผูกไว้ แชทใหม่ในโปรเจกต์จะเริ่มในโฟลเดอร์นั้น)
2
ย้ายแชทเข้าโปรเจกต์ลากแชทไปวางบนโปรเจกต์ · คลิกขวาที่แชท → ย้ายไปโปรเจกต์… หรือ สร้างโปรเจกต์ใหม่จากแชทนี้… · หรือกดชิปโปรเจกต์ใต้ช่องพิมพ์
3
จัดการโปรเจกต์เมนูของโปรเจกต์: แชทใหม่ในโปรเจกต์นี้ · เปลี่ยนชื่อ · ผูก/เปลี่ยนโฟลเดอร์งาน · ลบ (แชทย้ายไปอยู่ “ทั่วไป” ไม่ได้ลบแชท)

ประวัติแชทซิงค์ข้ามเครื่อง

ผู้เชี่ยวชาญ และสกิล (พิมพ์ \)

ให้งานไปอยู่ในมือผู้เชี่ยวชาญที่ตรงสาย — เลือกเอง หรือให้แอปเลือกให้ขณะพิมพ์

ไม่เลือกเองก็ได้ — งานซับซ้อนหรือข้ามสายงาน agent จะมอบหมายผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะให้เองแล้วรวมผลให้

สิทธิ์ และหน้าต่างขออนุญาต

คุณเป็นคนตัดสินว่า agent แก้ไฟล์หรือรันคำสั่งได้แค่ไหน

ยังถามเสมอ แม้กดอนุญาตทั้งหมด: คำสั่งที่แตะไฟล์ลับ (.env / .ssh / คีย์ — ในโหมดแก้ได้เลยและ Worker จะถูกบล็อก) · SSH ที่เสี่ยง · การตั้งงานให้รันเองตามเวลา · โฟลเดอร์ที่ยังไม่อยู่ในรายการอนุญาต

เวิร์กโฟลว์ การตรวจงาน และเบื้องหลัง

agent ทำงานแบบมีขั้นตอน: อ่าน → ค้น → วางแผน → ลงมือทีละขั้น → ตรวจผลจริง → บันทึก

ไฟล์ เอกสาร และเว็บ

คุมว่า agent แตะไฟล์ไหนได้ ย้อนกลับได้ทุกการแก้ และอ่านเอกสาร/รูป/เว็บได้จริง

Terminal ในตัว

แท็บ Code → ปุ่ม Terminal

ความจำส่วนตัว และ สมององค์กร

ความจำส่วนตัว

ผูกกับบัญชีพนักงาน จำสิ่งสำคัญเกี่ยวกับคุณจากบทสนทนา และเมื่อคุณบอกกฎหรือแก้คำตอบ agent จะจดไว้ใช้ครั้งหน้า (เมนูบัญชี → ความจำของฉัน: ดู/เพิ่ม/ลบได้)

สมององค์กร (Org Brain)

คลังความรู้กลางของบริษัท — agent ของทุกคนดึงมาอ้างอิงตอบ ให้ตรงความจริง ClickNext ไม่มโน (เมนูบัญชี → ทีมและองค์กร → สมององค์กร)

ยิ่งใช้มาก ระบบยิ่งรู้บริบทองค์กรมากขึ้น เป็นสินทรัพย์ความรู้ที่สะสมในบริษัทเอง

การเชื่อมต่อของฉัน และ MCP

ให้ agent เข้าถึงแอปและระบบอื่นแทนคุณ — ด้วยสิทธิ์ของคุณเท่านั้น

งานใหญ่: สรุปทั้งกล่องเมล / Drive / โฟลเดอร์

สั่งครั้งเดียวให้สรุปข้อมูลจำนวนมาก — agent ไม่ไล่อ่านทีละฉบับ แต่ส่งเป็น “งานใหญ่” งานเดียว แล้วรายงานกลับมาในแชท (ตั้งแต่ 0.8.137)

Gmail ทั้งกล่อง

หลายร้อยถึงหลายหมื่นเธรด — กวาดทุกเธรด คัดแยกเป็น 5 หมวด: ต้องทำ · รอคนอื่นตอบ · การเงิน · นัดหมาย · ข้อมูล อ่านเรื่องสำคัญละเอียด แล้วเขียนรายงานพร้อมกำหนดส่งและลิงก์

Google Drive

สรุปไฟล์ใน Drive ตามหัวข้อหรือตามเป้าหมายที่บอก เช่น “หาเอกสารงบประมาณ”

โฟลเดอร์ในเครื่อง

หลายสิบถึงหลายร้อยไฟล์ (Word / Excel / PowerPoint / PDF / โค้ด / ข้อความ) — จัดเป็นหมวดหัวข้อพร้อมสรุปรายไฟล์ เคารพสิทธิ์ไฟล์และโฟลเดอร์ที่ป้องกันเหมือนเดิม

เฉพาะของใหม่

สั่ง “สรุปเฉพาะเมลใหม่ตั้งแต่ครั้งก่อน” ได้ — ใช้คู่กับ ตั้งเวลางาน เป็นสรุปทุกเช้า

1
เชื่อม Google ของคุณเอง (สำหรับ Gmail / Drive)ที่ การเชื่อมต่อของฉัน (Google/ไดร์/เมล) — ใช้ได้เฉพาะบัญชีของตัวเองเท่านั้น (ดู การเชื่อมต่อของฉัน) · โฟลเดอร์ในเครื่องไม่ต้องเชื่อมอะไร
2
พิมพ์สั่งในแชทเช่น “สรุปอีเมลในกล่องทั้งหมด 90 วันล่าสุด” · “สรุปไฟล์เรื่องงบประมาณใน Google Drive” · “สรุปเอกสารทั้งหมดในโฟลเดอร์นี้”
3
ดูการ์ดความคืบหน้าการ์ดเดียวในแชท: สำรวจ → คัดแยกและอ่าน → รายงาน พร้อมจำนวนที่ทำไปแล้ว ใช้เวลาหลายนาที รายงานขึ้นในแชทเองเมื่อเสร็จ
4
ถามต่อจากผลสรุปเช่น “ขอรายการต้องทำทั้งหมด” · “หมวดการเงินมีอะไรบ้าง” — agent เปิดผลเป็นหน้า ๆ ให้ ไม่ต้องสรุปใหม่
อีเมลและไฟล์ใน Drive สรุปบนเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทด้วยโมเดลภายในองค์กร และเก็บผลไว้ 30 วัน · ถ้างานยังไม่เสร็จ ถามผลภายหลังได้ · ยังไม่รองรับ Outlook / Microsoft 365 · งานเล็ก (ไม่เกินราว 50 ฉบับ หรือ 15 ไฟล์) agent ใช้วิธีอ่านปกติ

โหมดเสียง (คุยสด)

คุยกับ AI ด้วยเสียง ใช้บัญชีเดียวกับที่ล็อกอินแอปอยู่

โควตา การใช้งาน และการตั้งค่า

Design: เว็บ สไลด์ และกราฟิก

แท็บ Design — ออกแบบจากบรีฟเดียว แล้วบันทึกเข้าส่วนกลางให้ทีมใช้ร่วมกัน

1
เลือกเทมเพลต หรือพิมพ์บรีฟการ์ดเริ่มต้น: สไลด์นำเสนอ · Landing page · UI mockup · Wireframe · HTML email · เอกสาร/รายงาน · เรซูเม่ · Dashboard · โลโก้ · โปสเตอร์/แบนเนอร์ · ชุดสี + ฟอนต์
2
ใส่วัตถุดิบ (ไม่บังคับ)แนบรูป/โลโก้ ได้สูงสุด 30 รูป — AI อ่านชื่อในแต่ละรูปแล้ววางให้ตรงกับเนื้อหา · วางลิงก์เว็บให้ดึงมาเป็นต้นแบบ · นำเข้าสไลด์ (.pptx / .pdf / .docx) เพื่อทำเป็นสไลด์ใหม่ที่แก้ต่อได้
3
กด “ออกแบบ”ระบบสร้างเป็นขั้น พร้อมแถบสถานะ · ภาพจริง (AI) ใส่รูปจริงแทนกล่องเทา · ตรวจงาน ตรวจจากภาพหน้าจอจริงแล้วแก้ให้ 1 รอบก่อนส่ง
4
ปรับต่อพิมพ์สั่งแก้ต่อได้เรื่อย ๆ (เช่น “เปลี่ยนปุ่มเป็นสีเขียว”) · แก้สด (Visual) · AI จัดให้สวย · ↶ เวอร์ชัน ย้อนกลับเวอร์ชันก่อนหน้า

สร้างรูป โลโก้ และโมเดล 3 มิติ

สั่งในแชทได้เลย — เข้าใจแม้พิมพ์สั้นหรือสะกดผิด

โมเดล 3 มิติ

สร้างวิดีโอ

พิมพ์ “สร้างวิดีโอ …” / “ทำคลิป …” ได้ไฟล์ .mp4 ในโฟลเดอร์งาน และเล่นในแชทได้ทันที

วิดีโอมีโควตารายวันต่อคน (นับรวมเว็บและแอป) — ถ้าสร้างไม่ได้ ระบบบอกเหตุผลในแชท

Flow

แท็บ Flow — ทำงานซ้ำ ๆ ให้เป็นปุ่มเดียว โดยไม่ต้องเขียนโค้ด

ปิดแอปแล้วงานยังทำต่อ

ปิดหน้าต่าง ปิดแอป หรือปิดเครื่องได้ — งานไม่หาย เสร็จแล้วแจ้งอีเมล และผลกลับมาที่แชทเดิม

1
ปิดหน้าต่างขณะมีงานค้างแอปถาม: ทำต่อในเครื่อง (ย่อไว้ที่ถาด) — ทำจนเสร็จโดยกันเครื่องหลับ แล้วแจ้งเตือนและส่งอีเมล · ส่งไปทำต่อบนเซิร์ฟเวอร์ — ปิดแอป/ปิดเครื่องได้เลย · หยุดงานแล้วปิด · ยกเลิก
2
ย้ายงานที่กำลังทำระหว่างงานวิ่ง กดปุ่ม ทำต่อบนเซิร์ฟเวอร์ ข้างแถบสถานะงาน
3
ส่งงานใหม่ไปเซิร์ฟเวอร์ตั้งแต่ต้นกดชิป ทำบนเซิร์ฟเวอร์ ใต้ช่องพิมพ์ แล้วส่งข้อความ · ถ้างานต้องแก้ไฟล์ ติ๊ก ส่งโฟลเดอร์ไปด้วย (ไม่ส่ง .env / คีย์ / node_modules)
4
รับผลอีเมลแจ้งเมื่อเสร็จ พร้อมลิงก์เปิดแชทนั้นในแอป · ถ้ามีไฟล์ที่แก้ กด นำไปใช้กับโฟลเดอร์ เพื่อเอาการเปลี่ยนแปลงกลับเข้าเครื่อง

แท็บ Code ใช้ได้เหมือนกัน: ชิป ทำบนเซิร์ฟเวอร์ อยู่ก่อนปุ่ม รัน Agent (ส่งสำเนาโฟลเดอร์โปรเจกต์ไปด้วย) และมีปุ่มย้ายงานที่กำลังรันไปเซิร์ฟเวอร์

งานบนเซิร์ฟเวอร์รันในพื้นที่แยกของบริษัท ใช้โควตา สิทธิ์ และ DLP ชุดเดียวกับเครื่องคุณ · ใช้ไม่ได้กับงานบนเครื่องรีโมท SSH และโหมดทีม · งานที่รอให้กดอนุญาต (โหมดถามก่อนแก้) จะหยุดรอจนคุณกลับมาตอบ — ถ้าเปิดสั่งงานจากมือถือไว้ ตอบจากมือถือได้ · ขณะนี้ส่งพร้อมกันได้ 3 งานต่อคน โฟลเดอร์ไม่เกิน 64 MB และเก็บผลไว้ 14 วัน

สั่งงานจากมือถือ

ดูว่า ClickNext AI บนคอมพิวเตอร์กำลังทำอะไร กดอนุญาต หยุด หรือสั่งงานใหม่ ได้จากมือถือ

1
เปิดบนคอมพิวเตอร์เมนูบัญชี (กดรูปโปรไฟล์) → สั่งงานจากมือถือ → เปิดสวิตช์ “เปิดให้มือถือที่จับคู่ไว้ดูและสั่งงานเครื่องนี้”
2
จับคู่มือถือสแกน QR ด้วยกล้องมือถือ หรือเปิด clicknexttest.biz/remote บนมือถือแล้วพิมพ์รหัส 6 หลัก (รหัสหมดอายุใน 10 นาที) — มือถือต้องเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีเดียวกับแอป
3
สั่งงานจากมือถือดูงานที่กำลังทำแบบสด · กดอนุญาต / ไม่อนุญาต · หยุดงาน · พิมพ์แทรกระหว่างทำงาน · สั่งงานใหม่ (เลือกโฟลเดอร์ โมเดล และสิทธิ์ได้) · อ่านแชทของเครื่องนั้น
4
รับแจ้งเตือน (แนะนำ)เพิ่มหน้าเว็บไว้ที่หน้าจอหลัก (Safari: ปุ่มแชร์ → เพิ่มไปยังหน้าจอโฮม · Chrome: ติดตั้งแอป) แล้วเปิดการแจ้งเตือน — เด้งเมื่องานรออนุญาตหรือเสร็จ

ตั้งเวลางาน

ให้ผู้ช่วยทำงานเองตามเวลา — รายวัน ทุก ๆ กี่นาที หรือครั้งเดียว

1
เปิดหน้าตั้งเวลาเมนูบัญชี → โหมดการทำงาน → ตั้งเวลาทำงานอัตโนมัติ → เพิ่มงานใหม่
2
เลือกชนิดงานสั่ง agent (prompt) · เล่นซ้ำงานที่บันทึก (ไม่เรียก AI) · คุมจอด้วย AI · งานบนเว็บ · คิวกลางทีม (เซิร์ฟเวอร์)
3
เลือกรอบ แล้วบันทึกทุกวัน เวลา · ทุกๆ (นาที) (ขั้นต่ำ 5 นาที) · ครั้งเดียว — ทดสอบรันทันที เปิด/ปิด หรือลบงานได้จากรายการ

หรือบอกในแชท เช่น “สรุปข่าวให้ทุกเช้า 8 โมง” agent จะขอตั้งงานให้ (ถามยืนยันทุกครั้ง)

งานในเครื่องทำงานเฉพาะตอนแอปเปิดอยู่ · คิวกลางทีม อยู่บนเซิร์ฟเวอร์ ถึงเวลาจะส่งเข้า Job Queue ให้เครื่องที่เปิดโหมด Worker ทำแทน (ไม่ต้องเปิดแอป) ติ๊กแชร์เพื่อให้ Worker ทั้งทีมรับได้

คุมจอด้วย AI และงานบนเว็บ (Beta)

เมนูบัญชี → ทดลองใช้ (Beta)

คุมจอด้วย AI (Computer Use)

AI ดูหน้าจอแล้วคลิก/พิมพ์แทนคุณ (ทดลองบน Windows) — ใส่งาน ติ๊ก “ถามก่อนทำทุกครั้ง” จำกัดก้าว และตั้งงบเป็นบาท ต้องยินยอมการส่งภาพหน้าจอก่อนใช้ครั้งแรก · บันทึกงานที่สำเร็จไว้ เล่นซ้ำ ได้แบบไม่เรียก AI (หน้าจอต้องเหมือนตอนอัด)

งานบนเว็บ (Web Task)

เปิดเว็บในหน้าต่างของแอป อ่านช่อง/ปุ่มบนหน้า แล้วกรอก/คลิกให้ — กรอกด้วย “ข้อมูลของคุณ” ที่ใส่ไว้เท่านั้น ไม่แต่งเอง · ยืนยันก่อนทำได้ทุกก้าว หรือเฉพาะก้าวเสี่ยง · กด วิเคราะห์ + ถามก่อน เพื่อลดพลาด

ทั้งสองแบบตั้งเวลาให้รันเองได้ (ดู ตั้งเวลางาน)

เชื่อมต่อรีโมท SSH

สั่ง agent ให้ทำงานบนเครื่องอื่น (เซิร์ฟเวอร์/เครื่องเทส) ผ่าน SSH เหมือน connect-to-machine — ใช้ได้ทั้งแชทและแท็บ Code

1
เปิดฟอร์มเชื่อมต่อกด เชื่อมต่อรีโมท SSH ที่แถบบนสุด (หรือกดชื่อเครื่องที่แถบบนสุด → + เชื่อมต่อรีโมท SSH)
2
กรอกข้อมูลชื่อเรียก / SSH Host (เช่น user@10.0.0.5 หรือ host จาก ~/.ssh/config) / Port / Identity File หรือ รหัสผ่าน (เชื่อมแบบไม่มี key ได้บน Mac/Linux)
3
ทดสอบ แล้วเชื่อมต่อกด ทดสอบการเชื่อมต่อ → เชื่อมต่อ — งานทุกอย่างจะรันบนเครื่องปลายทางผ่าน SSH (คำสั่งเสี่ยงถามยืนยันก่อน)
4
เลือกโฟลเดอร์รีโมทกด เลือกโฟลเดอร์รีโมท เพื่อ browse โฟลเดอร์บนเครื่องปลายทาง
ใช้ key จะเสถียร/ปลอดภัยกว่ารหัสผ่าน — ตั้งครั้งเดียวด้วย ssh-copy-id user@host · host ปลายทางต้องอยู่ใน SSH allowlist ของอุปกรณ์ (แอดมินตั้งที่ Dashboard → Agents)

รีโมทหลายเครื่องพร้อมกัน

เชื่อมหลายเครื่องค้างไว้ แล้วเลือกว่าจะให้แต่ละงานรันบนเครื่องไหน — ทำงานขนานกันได้จริง

1
เพิ่มเครื่องกด + เพิ่มเครื่อง เชื่อม SSH เครื่องที่สอง สาม … ทุกเครื่องจะโผล่เป็น "ชิป" ให้เลือก (หรือกดชื่อเครื่องที่แถบบนสุดเพื่อสลับ)
2
คลิกชิปเพื่อเลือกเครื่องชิปที่ไฮไลต์เขียว = เครื่องที่งานใหม่จะไปรัน
3
เปิดงานใหม่บนอีกเครื่องสลับชิปไปอีกเครื่องแล้วเปิดงานใหม่ — สองเครื่องทำงานพร้อมกันได้ แต่ละงานจำเครื่องของตัวเอง (มีป้ายบอกเครื่องในแถบข้าง)

โหมดทีม (กระจาย Agent)

สำหรับงานใหญ่ทั้งระบบ — สั่งครั้งเดียว ให้ทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยกันทำ

1
แท็บ Code → กดปุ่ม “ทีม”ในช่องสั่งงานด้านขวา กดให้ปุ่มติดสว่าง
2
อธิบายงานใหญ่พิมพ์เป้าหมายรวมทีเดียว เช่น "ทำระบบลงทะเบียนพร้อม API + หน้าเว็บ + เอกสาร" แล้วกด รัน Agent
3
หัวหน้าทีมซอยงาน → ผู้เชี่ยวชาญทำขนานกันวางแผน → แจกงานให้ผู้เชี่ยวชาญหลายบทบาท (ออกแบบ/dev/QA/security …) ทำพร้อมกัน → รวมและตรวจผล — ดูความคืบหน้าของแต่ละคนบนบอร์ดในคอนโซล
อยากกระจายงานข้ามหลายเครื่องจริง ๆ ใช้ ฟลีต (เครื่องรีโมทที่เชื่อมอยู่) หรือ คิวงานกลาง + โหมด Worker (เครื่องของทีม)

ฟลีต — ส่งงานไปหลายเครื่องพร้อมกัน

ต่อยอดจากรีโมทหลายเครื่อง: ปุ่ม ฟลีต ใต้ช่องพิมพ์แชท ส่งงานกระจายไปทุกเครื่องที่เชื่อมอยู่ในคลิกเดียว

1
เชื่อมหลายเครื่องก่อนเพิ่มเครื่องรีโมทให้ครบ (ดูหัวข้อรีโมทหลายเครื่อง)
2
พิมพ์งาน แล้วกด "ฟลีต"มีหลายเครื่องจะถามว่า แบ่งงานคนละส่วน (หัวหน้าซอยงานอัตโนมัติแล้วแจกแต่ละเครื่องคนละส่วน) หรือ ส่งงานเดียวกันทุกเครื่อง (เช่น รันสคริปต์เดียวกันบนหลายเซิร์ฟเวอร์)
3
ดูผลแยกเครื่องแต่ละเครื่องเป็นงานพื้นหลังของตัวเองในแถบข้าง (จุดเขียว + ป้ายชื่อเครื่อง) เปิดดูทีละงานได้

โหมด Worker — ให้เครื่องรับงานจากคิวมาทำเอง

เปิดแล้วเครื่องนี้จะดึงงานจาก "คิวงานกลาง" มารันเองอัตโนมัติทีละงาน — เหมาะกับตั้งเครื่องว่างไว้เป็นกำลังของทีม

1
เปิดโหมด Workerเมนูบัญชี → โหมดการทำงาน → โหมด Worker (หรือปุ่ม Worker ในแท็บ Code) — มีจุดเขียวบนรูปโปรไฟล์ตอนกำลังทำงาน
2
ปล่อยให้มันทำงานเมื่อมีงานเข้าคิว เครื่องที่เปิด Worker จะแย่งกันรับ — งานหนึ่งมีเครื่องเดียวที่ได้ ไม่ทำซ้ำ รันทีละงานจนเสร็จแล้วรับงานถัดไป
3
ดูผล / ปิดเมื่อไรก็ได้ผลของแต่ละงานไปโผล่ในหน้า Job Queue บนแดชบอร์ด (done/failed) — กดปิดโหมด Worker ได้ทุกเมื่อ งานที่กำลังทำจะทำต่อจนจบ

คิวงานกลาง (Job Queue) — สำหรับผู้ดูแล/หัวหน้าทีม

ที่รวมงานของทั้งฟลีต: สั่งงานเข้าคิวจากแดชบอร์ด แล้วเครื่องที่เปิด Worker จะมารับไปทำ

AI Coaching — ระบบสอนตัวเองให้เก่งขึ้นทุกวัน

ClickNext AI เรียนรู้จากงานจริงที่สำเร็จ แล้วพัฒนาแนวทางการทำงานของตัวเอง โดยมีคนตรวจก่อนใช้เสมอ

วงจรประจำวัน (อัตโนมัติ):

ผู้ดูแลจัดการที่แดชบอร์ด → เมนู AI Coaching:

ครูที่สอนตั้งค่าได้ (COACHING_TEACHER) — ค่าเริ่มต้นใช้ DeepSeek เพื่อประหยัด; เวลาเปลี่ยนรอบตั้งได้ที่ TEACH_HOUR/TEACH_MINUTE (ค่าเริ่ม 18:00) และ STUDY_HOUR/STUDY_MINUTE (ค่าเริ่ม 09:30)

โมเดลความปลอดภัย

ออกแบบให้ปลอดภัยตั้งแต่ราก

Agent Defense

ชั้นป้องกัน agent ที่พยายามโจมตีหรือดูดข้อมูล — ทำงานที่เกตเวย์ซึ่งทราฟฟิก AI ทุกตัววิ่งผ่าน

DLP และ Audit

เกตเวย์สแกนข้อมูลอ่อนไหว (prompt injection, ความลับ, ข้อมูลส่วนบุคคล, ข้อมูลลับบริษัท) และเก็บบันทึกการใช้งานทั้งหมด — รวมถึงงานที่ส่งไปทำบนเซิร์ฟเวอร์และคำสั่งจากมือถือ — ผู้ดูแลตรวจสอบได้ที่ Activity Report

ClickNext Vault — กรอกบัตร/รหัสอัตโนมัติ

ส่วนขยายเบราว์เซอร์ ClickNext: เก็บรหัส/ที่อยู่/บัตร แล้วกรอกให้อัตโนมัติในหน้าเว็บ

1
บันทึกข้อมูลใน Vaultเปิดส่วนขยาย → แท็บ Cards เพิ่มบัตร (ชื่อบนบัตร/เลขบัตร/วันหมดอายุ/CVV), แท็บ Logins เก็บรหัส, และเก็บที่อยู่ไว้ในรายการ contact/company
2
คลิกช่องในฟอร์มเมื่อคลิกช่อง เลขบัตร จะมีเมนู "ClickNext Vault — กรอกบัตร" ให้เลือกบัตร แล้วกรอก เลขบัตร/วันหมดอายุ/CVV/ชื่อ ให้ครบ; ช่อง ที่อยู่/ชื่อ/อีเมล ก็มีเมนูกรอกให้เช่นกัน
3
ปลดล็อก Vault ก่อนต้องเปิดส่วนขยายแล้วปลดล็อกก่อน ระบบถึงจะเผยเลขบัตร/รหัสมากรอกได้ (ข้อมูลลับถูกเข้ารหัส เผยเฉพาะตอนคุณสั่งกรอก)

ข้อจำกัด: กล่องกรอกบัตรที่เป็น iframe ของผู้ให้บริการจ่ายเงิน (Stripe/Braintree เช่นหน้าบิลลิ่ง GitHub) ส่วนขยายใด ๆ ก็กรอกให้ไม่ได้ (กฎความปลอดภัยของเบราว์เซอร์) — แต่ช่อง ที่อยู่/ชื่อ บนหน้าเดียวกันยังกรอกให้ได้ และฟอร์มบัตรแบบปกติของเว็บทั่วไปกรอกได้

Build เอง (สำหรับนักพัฒนา)

อยากรันจากซอร์ส หรือ build ตัวติดตั้งเอง (ต้องมี Node.js ≥ 18)

unzip clicknext-agent-desktop.zip && cd clicknext-agent-desktop
npm install
npm start                 # รันแบบ dev เห็น GUI
npm run dist:win          # build ตัวติดตั้ง .exe (บน Windows)
npm run dist:mac          #                .dmg (บน macOS)
npm run dist:linux        #                .AppImage + .deb (บน Linux)

โหลดซอร์ส: Desktop (.zip) · CLI (.zip)

ต่อเครื่องมืออื่นผ่าน Gateway

ใช้ Claude Code, Cursor, OpenCode, Warp และเครื่องมืออื่นผ่านเกตเวย์เดียวกันได้ ดูวิธีตั้งค่าที่ หน้าเชื่อมต่อ — คุมสิทธิ์/โควตา/ตรวจสอบได้จากที่เดียว

อยากให้เครื่องมือเหล่านั้นค้นความรู้องค์กร ใช้สกิล หรือเรียก connector ของบริษัทได้ด้วย ต่อ ClickNext MCP ด้วย key cnx-… เดียว — ดูที่ หน้า MCP

ดูการอัปเดตล่าสุดที่ Changelog · ดาวน์โหลดที่ หน้าดาวน์โหลด · เริ่มใช้ทีละขั้นที่ คู่มือ · ต่อเครื่องมืออื่นที่ เชื่อมต่อ / MCP